ตอนที่ 2 ตอนเข้าบ้านอุมดาใต้
เช้าวันแรกเวลา 7।00 โมงเช้าของเสาร์ 14 พวกเราได้เดินทางมาถึงในเขต จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งยอมรับเลยว่าอากาศทั้งสองข้างทางนั้น สวยจริง ๆ เพื่อน ๆ พี่ ๆ ทุกคนก็เริ่มกันทยอยกันตื่นขึ้น เพื่อที่จะมาชื่นชมวิว ทิวทัศน์ของที่นี่
ต่อมาในขณะเวลา 9 โมงเช้า ขณะทีรถที่กำลังเคลื่อนที่ไปนั้นก็เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันที่ทุกคนไม่คาดคิดว่ามันจะเกิดขึ้น ยางล้อรถหลังของรถทัวร์ระเบิดขึ้น ตูม ** เส้นแรก ซักพัก ตูม **เส้นที่สอง ซึ่งทำให้คณะรถทัวร์ตกใจจึงได้ลุกขึ้นแล้วรีบลงมาดู คุณรู้ไหมว่ามันทำให้เราตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซึ่งรถก็จะไปถึงเส้นทางที่ตั้งเป้าไว้แล้ว ตลอดเวลาที่ขึ้นเนินเขานั้นสัญญาณโทรศัพท์ไม่มีเลย แต่เมื่อตอนที่รถยางระเบิดนั้น ตรงจุดที่พวกเราลงนั้น ซึ่งเป็นความโชคดีของเรามากเพราะอาไรรู้ไหม มันมีสัญญาณโทรศัพท์ โอ้พระเจ้าช่วย ซึ่งทำให้เราติดต่อกับทางโรงเรียนได้ เราได้โทรเข้าไปหา ครู ที่โรงเรียน (ครู ป๋อง) และในขณะที่ เพื่อน ๆ ทุกคนต้องขนของลงจากรถทัวร์ คุณรู้ไหมว่าในขณะนงรอนั้น พวกเราได้ภาวนา ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลโลก ได้โปรดช่วยคุ้มครองพวกเราให้ปลอดภัยตลอดการเดินทาง เพราะพวกเราทุกคนตั้งใจที่มาทำความดี
หลังจากที่โทรไปหาครูที่โรงเรียนเรียบร้อยแล้ว เวลา 10 โมงรถหกล้อ เพื่อน ๆ ที่เดินทางมาก่อน หนึ่งสัปดาห์ ที่มาทำการปรับพื้นหน้าดิน ได้ลงมารับพวกเราเพื่อที่จะไปสู่จุดมุ่งหมาย ซึ่งระยะทางที่ต้องขึ้นไปอีกนั้นเราได้ถามคนขับที่จาได้ไปโรงเรียน ประมาณอีก 15 กิโลเมตร แล้วเส้นทางทีขึ้นลงเขาตลอดเวลา ข้างทางเป็นเหว น่ากลัว ม๊าก॥มาก ทางเดินรถก็แคบ แถวยังหวาดเสียวอีก ลองนึกภาพดูสิเวลาที่รถขนของหนัก ๆ คนมาก ๆ แล้วขึ้นไปทางที่แคบ แล้วข้างทางมีแต่เหว ความรู้สึกมันจะเป็นอย่างไร คิดดูสิ ....?? ซึ่งพวกเราใช้เวลา หนึ่งชั่วโมง ก็มาถึงที่บ้านอุมดาใต้ แต่การที่จะมาถึงได้รู้ไหมรถบรรทุกคนขึ้นไปได้ไม่กี่คนเพราะยังมีของที่พวกเตรียมขึ้นไปด้วย คนที่ขึ้นไปได้ประมาณ 6-8 คน เท่านั้นยังไม่พอ นะ ต้องลงมาเขนรถขึ้นไปอีก ทำเอาเหนื่อยมาก ๆ ซึ่งรถก็ต้องลงมารับคนและของ ประมาณ 6 เที่ยวถึงจะครบคนและของ แต่หลังจากสิ่งที่เหนื่อยจากการเข็นรถมานั้น พอมาถึงที่โรงเรียนบ้านอุมดาใต้ นั้นสภาพที่เห็นสิ่งแรกเลย รู้ไหมว่าอะไร พวกเราและโรงเรียนอยู่กลางหุบเขาเลย ซึ่งมีแต่ภูเขาล้อมรอบโรงเรียนไปหมด แต่สิ่งดี ๆ มันก็เกิดขึ้นมา และมันทำให้เราและเพื่อน ๆ นั้นเกิดความประทับใจ มากที่สุดคุณรู้ไหม ว่าเกิดอะไร มีเด็ก ๆ มองมาทางเรา มันเป็นสายตาที่น้อง ๆ ส่งมาทางพวกเรา เป็นรอยยิ้มของน้อง ๆ ที่น้อง ๆ มายืนต้อนรับพวกเรา ซึ่งรอยยิ้มบริสุทธิ์มาก คุณลองคิดดูสิ ถ้ามีเด็ก ๆ ยิ้มให้เรา เราจะรูสึกยังไง คุณคงคิดเหมือนกันว่ามันเป็นสิ่งที่ดี ๆ แล้วน้องก็กล่าวคำสวัสดี ค่ะ สวัสดี ครับ ถึงแม้น้องจะพูดไม่ชัด แต่มันเป็นคำพูดที่น้อง ตั้งใจ พูดออกมา หลังจากที่ขนของเสร็จแล้ว พักไปตามระเบียบ
หลังจากที่ได้ทำการพักผ่อนแล้ว ในช่วงเวลา บ่าย 3โมง น้อง ๆ เป็นคนนำทัวร์พาเดินดูรอบ ๆ หมู่บ้าน ซึ่งไกด์ที่นำเดินนั้น มีกัน 2คน คือ น้องมนัสและน้องวสันต์ ขณะที่น้อง สองคนพาชมหมู่บ้านนี่ ซึ่งหมู่บ้านนี่ เป็นชาวกะเหรี่ยง ชนเผ่า โปว์ มีทั้งหมด 110 หลังคาเรือน ซึ่งคนในหมู่บ้านนั้น จะมีการนับถือผี และศาสนาพุทธ แต่ส่วนมากจะนับถือ ผี ซะมากกว่า แล้วผู้หญิงในที่นี่ ใส่ชุดประจำเผ่า ถ้าใส่ 2 ท่อน คือ มีการแต่งงานแล้ว แต่ถ้าใส่ท่อนเดียว คือ โสด การแต่งกายก็คล้าย ๆ ศาสนาอิสลาม อ๊ะ ต่อมาเป็นจารีตประเพณี คือ การผิดผี เช่น ชายหญิงที่ยังไม่ได้แต่งงาน แล้วเกิดมีความสัมพันธ์ ในทางชู้สาว ก็จามีการเสียหมู 3 ตัว ถ้าเป็นผู้ชายจากที่อื่น ก็จะให้มาอยู่ที่นี่ ในหมู่บ้าน เป็นเวลา 1ปี หลังจากนั้นอยู่ที่อื่นได้ ส่วนมาก เด็กที่นี่ อายุประมาณ 15 ปี ทำบัตรประชาชน และแต่งงานแล้ว และคืนแรกก็จบลงด้วยดี
……..จบ........
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น