วันจันทร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2552

บ้านอุมดาใต้ตอนที่ 10

ตอนที่ 10 ตอนอุบัติเหตุต่อเนื่อง

มาถึงเช้าวันที่เก้า ของเดือนนี้ อากาศหนาวดี เหมือนอย่างทุกวันที่ผ่านมา ในวันนี้ผู้ชายขึ้นไปข้างบน โดยจะขึ้นตีแปลหลังคา ก่ออิฐต่อจากเมื่อวาน และก่อบล็อกแก้ว ให้เสร็จ ฉันและเพื่อนพากันช่วยลงปูนหน้าเสาธง พี่ บอกว่าจะทาสี และพี่ ๆ ผู้หญิงส่วนหนึ่งก็พากันซักผ้า วันนี้ในตอนที่ฉันและเพื่อนกำลังเตรียมทำอาหารอยู่นั้น ก็มีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นอีกครั้ง หรืออาจเป็นอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝัน ซึ่งเหตุที่เกิดขึ้นมาคนแรกคือ พี่ ปี 4 คือพี่ต้อง โดนค้อนตอกนิ้วมือซึ่งทำให้เลือดออก และคนที่สองก็ตามมาเป็นพี่อู ได้เหยียบตะปู 4ตัว เข้าลึกมาก และในเวลาที่ไม่ห่างกันนั้น พี่ตาลไปเก็บผ้า ก็ลื่นตรงแผงโซล่าเซลล์ตรงห้องผู้ชายพี่ปี 4 เจ็บข้อเท้าทำไห้ครูช้างต้องเอารถลงไปส่งที่โรงพยาบาลสบเมย จากระยะทางลงไปส่งลำบากมาก พี่อูลงไปด้วยเพื่อพาไปฉีดยากันบาดทะยักและมีพี่เบียร์ลงไปด้วย และเมื่อถึงตอนเที่ยงทีจะได้เวลากินข้าวนั้น เก็ตซึ่งกำลังปูหลังอยู่นั้นซึ่งก็มีเด็กมาช่วยในการจับโต๊ะ แต่เด็กนั้นไม่ได้ระวังจึงทำให้เก็ตตกลงจากโต๊ะ ซึ่งทำให้เข่าไปกระแทกกับพื้น เก็ตปวดมากจึงได้ร้องคร่ำครวญออกมาอย่างเสียงดัง ตอนแรกฉันไม่ได้ขึ้นไปดู คิดว่าคงไม่ได้เป็นอะไรมาก แต่รู้สึกว่าพวกพี่ ๆ ไม่ลงมากันเลย ฉันและลูกอ๊อดเลยตามไปดูเก็ต ปรากฏว่าตรงที่เลยเข่าดูเก็ตนั้นเขาปวดมาก และบนใบหน้าของเก็ตนั้นดู ซีดมาก และตลอดเวลา พี่ ๆ ก็ช่วยกันดูแลและปลอบใจเขา บอกว่าๆไม่เป็นอะไรมากหรอกเดี๋ยวพาไปโรงพยาบาล ซึ่งในตอนนั้นรถโรงเรียนก็ไม่อยู่เพราะพาพี่ตาลไปส่งโรงพยาบาล พวกเราทำอะไรไม่ถูก ครูแต๋ ก็โทรศัพท์ไปหาครูป๋องถามครูป๋องว่าอยู่ไหน เพราะตอนแรก ครูแต๋โทรไปโรงพยาบาลเขาไม่มา แต่โรงพยาบาลโทรกลับมา ถามอาการ พี่อังก็ได้บอกเขาไปว่า ตกจากที่สูงมีอาการปวดที่ใต้เข่ามากและลุกไม่ได้ ทางโรงพยาบาล เลยบอกว่า เดี๋ยวประมาณชั่วโมงรถจะไปรับในตอนนั้นทุกคนกินข้าวไม่ลง ใจคอก็ไม่ดี ครูแต๋เลยขึ้นมาดูและถามว่าตอนแรกครูบอกแล้วว่าให้แยกชายหญิงนอนอย่างเด็ดขาด ห้ามให้หญิงชายใกล้ชิดกัน เพราะอาจจะผิดผี ทางหมู่บ้านนี้ ซึ่งเป็นความเชื่อของหมู่บ้าน เพราะทางนี้เขานับถือผีสาง ใน สถานการณ์นั้นทุกคนต่างจับกลุ่มคุยกันถึงเรื่องนี้ต่าง ๆ นานา และชาวบ้านในหมู่บ้านก็ได้เข้ามามุ่งดูกันมาก จนพี ๆ บอกให้ครูแต๋บอกชาวบ้านว่า ช่วยกันกลับบ้าน อย่ามามุ่งดูเพราะคนเจ็บต้องการอากาศ และ เก็ตร้องไห้และพูดว่าอย่าบอกแม่เขาและอาจารย์นะ ในตอนนั้นเราต้องรับปากเก็ตก่อนเพื่อที่จะให้เขาสบายใจ ฉันมอดูและช่วยกันเอาหมวกมาพัดให้อากาศเย็น เราเห็นเพื่อนเจ็บและร้องไห้ ฉันก็ทนไม่ไหวร้องไห้ตาม เพราะสงสาร ฉันรู้สึกว่าทุกคนก็คงเป็นเหมือนกันใจคอไม่ดีไปตาม ๆ กันฉันและเพื่อนต่างเฝ้ารอรถพยาบาลที่จะมารับ เก็ต โดยภาวนาขอให้มาถึงเร็ว ๆ และประมาณ หนึ่งชั่วโมงต่อมา รถพยาบาล โดยนำพี่ตาลและพี่อูกับพี่เบียร์ ขึ้นมาด้วย พี่ตาลใส่เฝือกเพราะกระดูกร้าว และพยาบาลก็ได้มาดูอาการของเก็ต พยาบาลมองดูและจับดู เขาบอกว่าอาการก็น่าจะหนัก เพราะคนเจ็บเคลื่อนไหวไม่ได้ และเขาก็เตรียมเครื่องมือมาใหม่ พร้อมในการขนย้ายผู้ป่วย พี่ ๆ ผู้ชายก็ได้มาช่วยกันยกเก็ตใส่ผ้าห่มค่อย ๆ ยกขึ้นและพาเก็ตขึ้นรถไปโชคดีหน่อย เพราะรถที่มานั้นเป็นรถโฟวิวร์ ขึ้นเขาได้สบายแต่ก็ไม่ได้เป็นผลดีกับผู้ป่วยเพราะขาอาจกระแทกได้ซึ่งยิ่งทำให้ปวดมากขึ้นได้ ในการนำตัว เก็ตส่งโรงพยาบาลสบเมย มีเบียร์และ จิ๊บไปเป็นเพื่อน เราอยู่ทางนี้ก็ภาวนาขออย่าให้เก็ต เขาเป็นอะไรมาก เมื่อเก็ตขึ้นรถไปแล้ว พวกเราที่เหลือต่างก็แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเอง แต่ในวันนั้นฉันและพี่ ๆ หลายคนต่างไม่กินข้าวกัน เพราะเป็นกังวลมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในวันนี้ ฉันและเพื่อนพากันเก็บจานข้าวไปล้าง และพี่แอม พี่แนน พี่อัง ก็ลงมาโรงอาหาร พี่แอม ร้องไห้พี่เขาบอกว่ารู้สึกไม่สบายใจเลย และกลัวมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะวันนี้มีคนเจ็บหลายคนมาก พีอังและพี่แนน ก็ช่วยกันปลอบใจพี่แอม และพี่แนนกับพี่อังก็บอกกับพวกเราว่า ช่วยกกันดูแลเพื่อน ๆ ให้ดี ๆ มีอะไรบอกพี่ได้ และในคืนนี้พวกเราก็รีบเข้านอน พี่แอมและพี่แนนก็บอกเพื่อนเขาว่าให้แยกชายหญิงกันนอนอย่างเด็ดขาด เพราะเราไม่รู้ว่ามันอาจจะผิดผีเขาอีก เมื่อเก็ตไปไปถึงโรงพยาบาล หลังจากนั้นหมอได้ดูอาการแล้ว จิ๊บก็โทรมาบอกว่าเก็ตต้องนอนที่โรงพยาบาลเพราะหมอสันนิฐานว่าเอ็นอาจฉีกขาด ต้องเข้าเฝือก เบียร์และครูช้างขึ้นมาถึงโรงเรียนและบอกให้เตรียมเสื้อผ้าให้ จิ๊บ(หญิง)ด้วย เพราะจิ๊บ ต้องอยู่เฝ้าเก็ตทีโรงพยาบาล หลังจากที่ทุกคนทานข้าวเย็นเสร็จแล้ว วันนี้ก็มีการทำโอที เพราะต้องก่ออิฐและบล็อกแก้วให้เสร็จและคืนนี้ครูป๋องก็อยู่ช่วยพี่ ๆ ทำโอทีและก็มีการเททับหลังรอบ ๆ จนเสร็จ ซึ่งในการทำโอทีครั้งนี้เลิกประมาณ 5 ทุ่มได้ ทุกคนทานข้าวและหลังจากนั้นก็พากันอาบน้ำและในคืนนี้ทุกคนเข้านอนก็เร็วมากต่างจากคืนก่อน ๆ ที่ผ่านมา ซึ่งคืนนี้ไม่มีการ ร้องเพลงหรือทำการผ่อนคลายอาการเหน็ดเหนื่อยของร่างกาย อาจจะเป็นเพราะสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้จึงทำให้เราทุกคนนอนเร็วขึ้นและไม่เสี่ยงดังกว่าวันอื่น ๆ ที่ผ่านมา เราทุกคนนอนหลับเก็บแรงไว้ทำงานต่อในวันรุ่งขึ้น

............จบ.........

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น